อิสยาห์ 26:3
ใจแน่วแน่นั้น พระองค์ทรงรักษาไว้ในศานติภาพอันสมบูรณ์ เพราะเขาวางใจในพระองค์บ้านใหม่ของเราตั้งอยู่ในทิศที่เพื่อนวิศวกรบอกว่ามีสนามแม่เหล็กไฟฟ้ามากหลังจากที่ย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านหลังนี้ได้ประมาณหนึ่งปี ไขควงของผมเริ่มมีพลังแม่เหล็กตามสนามแม่เหล็กของโลก มันเริ่มดูดเศษเหล็กเข้าหาตัว ถ้าผมต้องการทำให้ไขควงมีพลังแม่เหล็กเพิ่มขึ้นผมอาจจะเอาแม่เหล็กจริงถูกมันหรือวางมันไว้ในบริเวณสนามแม่เหล็กไฟฟ้า
ไขควงของผมมีพลังแม่เหล็กเล็กน้อย เมื่อคิดถึงเรื่องนี้แล้วก็ทำให้ผมสงสัยว่า ผมเป็นคริสตังเพียงเล็กน้อยหรือไม่ เพราะว่าผมแสดงออกกับผู้ที่เชื่อคนอื่น ๆ แสดงว่าเป็นคริสตัง แต่ไม่ใช่ด้วยจิตวิญญาณที่แท้จริง มีอะไรในชีวิตของผมที่จะสามารถแสดงให้ผู้ที่ไม่เชื่อประทับใจได้บ้าง ผมมีคุณลักษณะความเชื่อมั่นใจและความเข้มแข็งใด ๆ ที่จะรับมือกับคำถามและวิกฤตกาลในชีวิตได้
แล้วผมก็สังเกตเห็นว่า ผู้คนที่ผมชื่นชมนั้นเป็นคริสตังด้วยจิตวิญญาณ ความเชื่อของพวกเขาเหล่านั้นเข้มแข็งเพราะว่าเขาติดสนิทอยู่กับแหล่งแห่งฤทธิ์อำนาจคือพระจิตเจ้า การอ่านพระคัมภีร์เป็นประจำทุกวันคือแก่นของการเรียนรู้และการเจริญเติบโตในความเชื่อ พวกเขาใช้เวลาในการอธิษฐาภาวนา แก้บาป รับศีล การกระทำเช่นนี้ทุกวันจนเป็นนิสัยเป็นการเตรียมพวกเขาให้มีชีวิตที่บังเกิดผล ซึ่งเป็นการช่วยให้เป็นที่ที่น่าสนใจและมีชีวิตชีวา
บนหนทางแห่งความเชื่อของเรา เราสามารถลืมได้ง่าย ๆในการที่จะตั้งคำถามหรือมีข้อสงสัยในประโยคต่าง ๆ ดังนั้นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งเมื่อเราแบ่งปันพระวจนะกับคนอื่น ๆ ก็คือ เราต้องระลึกถึงข้อสงสัยของเราและแสดงความคิดที่เปิดกว้าง การยอมรับ และทัศนคติของการอธิษฐาน เพราะนี่จะทำให้ผู้อื่นได้ตรวจสอบข้อสงสัยและคำถามของพวกเขาด้วย เมื่อเราทำเช่นนี้ชีวิตของเราก็จะเป็นหน้าต่างที่เปิดให้ผู้อื่นได้มองเห็นความจริงขององค์พระคริสต์
พระเยซูทรงเป็นแบบอย่างแก่เราในการที่จะดำรงชีวิตโดยปราศจากความกลัวและมีเกียรติพระองค์ทรงวางพระทัยในพระเจ้าตลอดระยะเวลาที่เสด็จไปสู่กางเขน ในเบื้องต้นการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ดูเหมือนว่าจะเป็นความล้มเหลว แต่แล้วความเศร้าสลดนี้กลับกลายเป็นชัยชนะอันยิ่งใหญ่ และในเวลาสองพันปีต่อมา องค์พระเยซูคริสต์ก็ได้เปลี่ยนชีวิต
โคโลสี 3:15-17
น เปาโลสั่งสอนผู้ที่เชื่อในพระเยซูทุกคนว่า “จงให้สันติสุขของพระคริสต์ครองจิตใจของท่าน” และท่านได้ย้ำให้เราขอบพระคุณพระเจ้าถึง 3 ครั้ง คือ “จงมีใจกตัญญู” (ข้อ 15) “สรรเสริญด้วยใจโมทนาขอบพระคุณพระเจ้า” (ข้อ 16) “จงกระทำทุกสิ่งในพระนามของพระเยซูเจ้า และขอบพระคุณพระบิดาเจ้าโดยพระองค์นั้น” (ข้อ 17)
“แทบจะไม่มีสิ่งใดที่ยกย่องและถวายพระเกียรติพระเจ้ามากกว่าจิตวิญญาณที่กตัญญู ซึ่งขับไล่ความหม่นหมองและนำมาซึ่งสันติสุขและความหวังจากพระเจ้า ความกตัญญูทำให้พระกรุณาเพิ่มมากขึ้น เป็นการดีที่เราจะขอบพระคุณพระเจ้าคุณทำสิ่งใดมากกว่ากันระหว่างการอธิษฐานทูลขอเรื่องต่างๆ กับการสรรเสริญขอบคุณพระเจ้า?
อะไร คือ สิ่งที่พระเจ้ากำลังตรัสกับคุณ? และอะไร
วันเสาร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น