นักบุญทั้งหลายยอมรับความทุกข์ทรมานทุกอย่างด้วยความชื่นชมยินดี, อดทนเพราะรัก ขณะที่พวกเราชาวโลกรับความทุกข์ทรมานด้วยความโกรธและหัวเสีย หรือเหนื่อยล้า เพราะเราขาดความรัก หากเรารักพระ เราก็ควรรักกางเขนและปรารถนาที่จะแบกกางเขนด้วยความยินดี เพื่อเห็นแก่พระองค์ผู้ทรงรับความทุกข์ทรมานเพื่อเรามาแล้ว... เราจะบ่นแสดงความไม่พอใจไปเพื่ออะไร?
คนที่ไม่มีความเชื่อที่ไม่รู้จักพระและไม่รู้จักความรักที่ไม่มีที่สิ้นสุดของพระองค์ช่างเป็นคนที่น่าสงสาร เพราะถึงอย่างไรพวกเขาก็ต้องแบกกางเขนเหมือนกับเราแต่พวกเขาไม่ได้รับสิ่งปลอบใจเช่นเดียวกับเรา
เราคิดว่าความทุกข์ทรมานเป็นสิ่งที่ยากลำบากหรือ?
ไม่ใช่สิ่งยากเลย กางเขนคือสิ่งปลอบใจเรา เป็นความหวานและความสุข ขอเพียงแต่เราต้องมีความรักขณะที่เราแบกกางเขนอยู่เท่านั้น
เมื่อเราทูลขอให้พระเจ้าเอาปัญหาของเราไปนั้น กลับได้รับการเตือนใจที่จะทำให้สำนึกรู้สึกในความรับผิดชอบของตนเอง ทุกครั้งที่เราบริหารร่างกายวิญญาณจิตก็ได้รับการเชิดชูขึ้นด้วยจากประสบการณ์เช่นนี้นั่นเองทำให้ได้รับประสบการณ์ว่าพระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานภาวนาของเราอย่างง่าย ๆ เสมอ แทนที่พระองค์จะทรงมาปรากฏต่อหน้าเราพระเจ้าทรงผลักดันให้เราเป็นผู้ลงมือทำ
ในขณะที่อธิษฐานภาวนาร่วมกับผู้หนึ่งผู้ใดเป็นการเหมาะสมเหลือเกินที่จะแนะนำให้เขาได้เดินทางไปหาพระเจ้าและไม่ต้องรู้สึกกลัว บางครั้งอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นแก่ชีวิตเรา เมื่อได้ลงมือปฏิบัติตามคำสั่งของพระองค์ นั้น
พระเจ้าก็ทรงใช้เวลาเยียวยารักษาเราได้เมื่อเรามีชีวิตที่ผ่านประสบการณ์ของความยากลำบากมาแล้ว พระองค์จะสอนให้มีความรู้เห็นอกเห็นใจก็จะยิ่งลึกซึ้งยิ่งขึ้นดังนั้นให้หมั่นดำเนินชีวิตกับพระองค์ในคำภาวนาทุกวันในการถอนสิ่งชั่วร้ายต่างๆ ออกจากวิญญาณและประดับวิญญาณด้วยคุณธรรม
จงดูเถิด พระบิดาทรงโปรดประทานความรักแก่เราทั้งหลายเพียงไรที่เราจะได้ชื่อว่าเป็นบุตรของพระเจ้าและเราก็ได้เป็นเช่นนั้น เหตุที่โลกไม่รู้จักเราทั้งหลายก็เพราะเขาไม่รู้จักพระองค์ (1 ยน 3 : 1)
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น